Wednesday, March 5, 2014
ริมฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์
ริมแม่น้ำสิงคโปร์ซึ่งมีตึกราสูงห้อมล้อมไปทั่วเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ดูไม่ต่างไปจากตอนนี้มากมายนัก นอกไปเสียจากความแออัดของตึกใหม่ๆ ที่มีจำนวนมากขึ้น และฟ้าก็ยังคงครึ้มเหมือนเคย เรือผู้โดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวลำน้อยใหญ่ก็ยังคงแล่นไปมาเหมือนเดิม
ร้านอาหารหลากหลายยังคงเปิดให้บริการอย่างคึกคักและจำนวนผู้คนที่หลากหลายขึ้น แม่น้ำสีคล้ำยังคงไหลกระเพื่อมอย่างไม่ขาดสายทำหน้าที่เหมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเมืองเล็กๆ นี้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ยามบ่ายของวันหนึ่งเมื่อสิบสี่ปีมาแล้ว ณ. ที่นี้ฉันเคยมานั่งที่นี่เพื่อถามตัวเองว่าจะมาพำนักอยู่ในบ้านเมืองนี้ได้ไหม จะมาหางานทำที่นี่ได้ไหม จะจากทุกคนที่ฉันรักที่บ้าน จะลาออกจากงานราชการที่มั่นคงมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ได้ไหม มาอยู่ในเมืองที่ฉันมีคนที่รู้จักอยู่แค่ไม่กี่คนซึ่งส่วนใหญ่ก็คือเพื่อนๆ ที่เรียนที่ออสเตรเลียและที่อังกฤษมาด้วยกัน
แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกของการออกจากบ้านไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง แต่ทว่าความไม่แน่นอนก็คือคำตอบที่พอจะมีได้ในขณะนั้น ภาพอนาคตที่พร่าเลือนอาจดูน่าพรั่นพรึง แต่ในความหวาดหวั่นนั้นก็ยังแฝงการแสวงหา ความท้าทาย และความฝันอยู่ในนั้นด้วย
เกือบสองปีหลังจากนั้นฉันจึงได้ย้ายออกมาจากความคุ้นเคย มาใช้ชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอนที่ว่า จากข้าราชการมาเป็นคนหางานทำ จากอาจารย์มาเป็นนักศึกษา ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นคือความ 'ใหม่' ที่น่าตื่นเต้นในชีวิตอีกครั้ง
แต่คุณเชื่อไหมในทุกย่างก้าวชีวิตที่อยู่กับความไม่แน่นอน คือช่วงเวลาที่เราจะได้ใช้หัวใจนำทางมากที่สุด ความงดงามในชีวิตที่เริ่มจากการใช้หัวใจเกิดขึ้นจากตรงนี้รวมไปถึงอิสรภาพ มิตรภาพและความรัก
ฉันได้ทำงานตามที่ใจปรารถนา แม้งานนั้นจะไม่เลิศหรูเหมือนที่เคยทำแต่ฉันก็ได้ค้นพบว่างานและเพื่อนร่วมงานทำให้ฉันมีความสุขอย่างเหลือล้น จากอาจารย์มาเป็นสาวโรงงานที่เพื่อนๆ เรียกขาน แต่ทุกๆ วันที่ออกจากบ้านไปทำงานคือการทุ่มเททั้งกายและใจที่นำไปสู่การเรียนรู้และประสบการณ์จริงที่ฉันโหยหามานาน
จากนั้นฉันก็ได้มีโอกาสเรียนต่อในสาขาวิชาที่ฉันอยากเรียน การทำงานกับการเรียนที่เกื้อหนุนกัน ทำให้ฉันมีเรี่ยวแรงมีพลังที่จะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปได้อย่างน่าทึ่ง แม้ว่าเจ็ดวันต่อสัปดาห์คือเวลาทั้งหมดที่มีสำหรับการเรียนและการทำงาน แต่ฉันก็ไม่รู้สึกว่าทนไม่ได้ ก็ในเมื่อเหลียวซ้ายแลขวา แทบทุกคนรอบข้างก็มุ่งมั่นทำงานกันอย่างหนักหน่วงแทบทุกวันอยู่แล้ว ฉันจึงเป็นเพียงหนึ่งในบรรดาคนเหล่านั้นและไม่มีความแปลกแยกใด
และทุกวันนี้ฉันก็ยังคงทำงานที่ฉันรักอย่างมีความสุข และรู้สึกตื่นเต้นในทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาทำงาน
มีคนบอกว่าผู้คนที่นี่ทำงานกันหนัก Workaholic ดูเหมือนจะเป็นคุณสมบัติติดตัวที่ทุกคนในเมืองนี้มีอยู่ในสายเลือด และก็เพราะคำคำนี้ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าภาพความไม่แน่นอนที่เคยมีได้ก่อร่างเป็นชีวิตจริงที่ชัดเจนขึ้น ทำให้มีการค้นพบหลังการแสวงหา ทำให้ความท้าทายมีรสชาติน่าลิ้มลอง และทำให้หลายๆ ความฝันนั้นเป็นจริง
วันนี้ฉันมายืนอยู่ริมแม่น้ำสิงคโปร์อีกครั้ง ไม่ได้จะมานั่งวาดฝันถึงอนาคตอันลางเลือน แต่จะมาเล่าถึงเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาที่มีค่า ที่ยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ เพื่อบอกให้แม่น้ำรู้ว่า แม่น้ำหล่อเลี้ยงเมืองและผู้คนที่นี่มาเพื่อให้เขาเติบโตขึ้น มิตรภาพและความรักของผู้คนในเมืองนี้ก็หล่อเลี้ยงหัวใจคนไกลบ้านอย่างฉันให้สมบูรณ์ขึ้น ให้สิ่งดีดีหลั่งไหลเข้ามาในชีวิตโดยไม่ขาดสายเช่นกัน
ขอบคุณค่ะ....แม่น้ำสิงคโปร์
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

No comments:
Post a Comment